แข็งแกร่งตอนนี้ เฉียบคมกว่าในภายหลัง: วิธีเอาชนะภาวะสมองล้าในวัยกลางคน
แบ่งปัน

ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
บางวันคุณเปิดตู้เย็นแล้วลืมว่ากำลังจะหยิบอะไร บางวันกำลังพูดอยู่ดี ๆ แต่นึกคำที่จะพูดไม่ออก หรือบางครั้งรู้สึกเหมือนความคิดของตัวเองสะดุดไปกลางทาง ราวกับมีหมอกบาง ๆ ปกคลุมอยู่ในสมอง หากสิ่งเหล่านี้ฟังดูคุ้นเคยกับคุณ คุณไม่ได้กำลังมีปัญหา แต่แค่กำลังอยู่ในช่วงวัยกลางคน และคุณไม่ได้เผชิญกับเรื่องนี้เพียงลำพัง
การเปลี่ยนแปลงด้านการรับรู้ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "Brain Fog" (ภาวะสมองล้า) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือนและวัยหมดประจำเดือน โดยมีรายงานว่าพบได้ในผู้หญิงประมาณ 60–70% ในช่วงการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว (Maki & Henderson, 2016) อาการที่พบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตั้งแต่อาการหลงลืมเล็ก ๆ น้อย ๆ ความยากลำบากในการจดจ่อกับงานหรือบทสนทนา ไปจนถึงความรู้สึกว่าการคิด การตัดสินใจ หรือการประมวลผลข้อมูลทำได้ช้าลงกว่าที่เคย
งานวิจัยในสะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาด้านความจำและสมาธิเป็นประสบการณ์ที่พบได้บ่อยในช่วงวัยกลางคน การศึกษาจากประเทศสิงคโปร์พบว่า ผู้หญิงอายุระหว่าง 45–69 ปี มากกว่า 68% รายงานว่ามีความกังวลเกี่ยวกับความจำหรือความสามารถในการจดจ่อในช่วงวัยกลางคน (Lim et al., 2017) ขณะที่ในประเทศไทย การศึกษาหลายฉบับรายงานความชุกของการเปลี่ยนแปลงด้านการรับรู้ในผู้หญิงไทยตั้งแต่ประมาณ 7.5% ไปจนถึงมากกว่า 70% โดยความแตกต่างดังกล่าวอาจเกิดจากวิธีการศึกษา กลุ่มประชากรที่ศึกษา และเกณฑ์การประเมินที่แตกต่างกันในแต่ละงานวิจัย (Nanthakwang, 2020) ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาด้านความจำ สมาธิ และความชัดเจนทางความคิดในช่วงวัยกลางคนเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และเป็นประสบการณ์ที่ผู้หญิงจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่
แต่ข้อดีคือ! หากเราเข้าใจสาเหตุ เราก็พร้อมที่จะรับมือและแก้ไขมันได้ทันที
ฮอร์โมนว้าวุ่น ตัวการทำสมองตื้อขี้ลืมในวัยกลางคน
ฮอร์โมนเอสโตรเจนไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในระบบสืบพันธุ์เท่านั้น แต่ยังเป็นฮอร์โมนสำคัญที่มีบทบาทต่อสุขภาพสมอง โดยเกี่ยวข้องกับหลายกระบวนการสำคัญ ตั้งแต่อารมณ์ ระดับพลังงาน ความจำ ไปจนถึงการเรียนรู้

เมื่อเข้าสู่ช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน (Perimenopause) ระดับเอสโตรเจนจะเริ่มผันผวนและค่อย ๆ ลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหลายประการภายในสมอง ได้แก่ :
- สมองใช้พลังงานได้น้อยลง: เอสโตรเจนมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เซลล์สมองใช้กลูโคส (น้ำตาล) เป็นแหล่งพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อระดับเอสโตรเจนลดลง สมองจะได้รับพลังงานไม่เพียงพอเหมือนเดิม ส่งผลให้เกิดความอ่อนล้า คิดช้าลง หรือรู้สึกเหมือนมีภาวะสมองล้า (Brain Fog) (Brinton, 2008)
- การสื่อสารระหว่างเซลล์สมองมีประสิทธิภาพลดลง: เอสโตรเจนมีส่วนช่วยในการสร้างและรักษาไซแนปส์ (Synapses) หรือจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง การเชื่อมต่อเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการจดจ่อ การเรียนรู้ และการจดจำข้อมูล
- เซลล์สมองเผชิญกับความเครียดมากขึ้น: เอสโตรเจนมีบทบาทในการช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการอักเสบและความเสียหาย เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง สมองอาจมีความไวต่อความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการความคิดและการทำงานของสมอง (Mosconi et al., 2021)
- สมดุลของสารสื่อประสาทอาจเปลี่ยนแปลงไป: เอสโตรเจนมีอิทธิพลต่อการทำงานของสารสื่อประสาทหลายชนิด เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน (Dopamine) และอะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ แรงจูงใจ ความจำ และการเรียนรู้
รวมวิธีสยบ 'สมองตื้อ' กู้สมองแล่นให้กลับมาฟิตอีกครั้ง
สมองตื้อเป็นเรื่องปกติ... แต่เราป้องกันได้! ยิ่งเริ่มบำรุงสมองเร็ว สมองยิ่งฟิตและสตรองได้นานขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อตัวคุณทั้งในวันนี้และอนาคต มาดูวิธีดูแลสมองง่ายๆ ที่เห็นผลจริงและมีงานวิจัยรองรับ
🧠 กินเพื่อบำรุงสมอง
การกินอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ที่เน้นผัก ผลไม้ตระกูลเบอร์รี ปลา น้ำมันมะกอก และธัญพืชเต็มเมล็ด (โฮลเกรน) มีผลวิจัยชี้ว่า ช่วยรักษาการทำงานของสมอง และลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมได้ (อ้างอิงจากงานวิจัยของ Scarmeas และคณะ ปี 2006)
🏃 ขยับร่างกายอยู่เสมอ
การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงสมอง และกระตุ้นการหลั่งโปรตีนสำคัญ (BDNF) ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้สมอง โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบแอโรบิกเป็นประจำ (เช่น การเดินเร็ว) จะเห็นผลดีที่สุด (อ้างอิงจากงานวิจัยของ Erickson และคณะ ปี 2011)
🧩 ฝึกสมองบ่อยๆ
โปรแกรมฝึกสมอง โดยเฉพาะเรื่องความจำและความเร็วในการคิด มีผลวิจัยชี้ว่า ช่วยลดความกังวลเรื่องอาการขี้ลืม และช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้นในระยะยาว (อ้างอิงจากงานวิจัยของ Ball และคณะ ปี 2002)
🌿 เลือกใช้อาหารเสริมที่ตรงจุด
แม้ว่าอาหารเสริมจะไม่ได้แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง แต่มีอาหารเสริมบางชนิดที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า สามารถช่วยบำรุงการทำงานของสมองได้อย่างเห็นผลจริง โดยเฉพาะเมื่อเข้าไปช่วยจัดการกับต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงทางสมองที่เกิดจากฮอร์โมน

นั่นคือเหตุผลที่เราพัฒนา myMind™ เราเคยรู้สึกสับสนกับคำแนะนำด้านสุขภาพที่มีอยู่มากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ "ควรทำ" เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยกลางคน ยิ่งศึกษามากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งพบว่ามีคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารเสริมมากมาย จนบางครั้งรู้สึกว่าต้องรับประทานผลิตภัณฑ์หลายชนิดพร้อมกันเพื่อดูแลสุขภาพสมองและร่างกายให้ครบทุกด้าน พวกเราจึงถามตนเองว่า อะไรคือสาเหตุทางชีววิทยาที่อยู่เบื้องหลังภาวะสมองล้า (Brain Fog) ในวัยกลางคน? จากนั้น เราได้ศึกษางานวิจัยและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยที่มีบทบาทต่อความจำ สมาธิ และความชัดเจนทางความคิดในช่วงวัยนี้ ผลลัพธ์คือ myMind™ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นโดยคัดเลือกส่วนผสมที่มีข้อมูลการศึกษาสนับสนุนในด้านสุขภาพสมองและการทำงานด้านการรับรู้ เพราะสิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งตัวในตลาด แต่เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยสนับสนุนผู้คนที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยกลางคนได้อย่างมีเหตุผลและมีหลักฐานรองรับ
1. พรมมิ (Bacopa Monnieri)

พรมมิ (หรือบราห์มี) เป็นพืชสมุนไพรล้มลุกขนาดเล็ก ที่ถูกนำมาใช้ในตำรับยาสมุนไพรโบราณมานานหลายร้อยปี เพื่อช่วยบำรุงสมองและทำให้อายุยืนยาว มีงานวิจัยชี้ว่า ช่วยเพิ่มความจำ พร้อมทั้งช่วยลดความวิตกกังวลได้ดี (Calabrese et al., 2008)
ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญในวัยกลางคน:
- ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้การเชื่อมต่อของเซลล์สมองอ่อนแอลง และทำให้เกิดความเครียดสูงขึ้น
- พรมมิ (Bacopa) จะเข้าไปช่วยซ่อมแซม และปกป้องเซลล์สมอง พร้อมทั้งช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
- ความเครียดจากอนุมูลอิสระเปรียบเหมือนสนิมบนเหล็ก ที่จะเข้าไปเร่งให้เซลล์สมองแก่เร็วขึ้น และส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง

เป็นคนแรกที่จะทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของฉันโดยกรอกที่อยู่อีเมลของคุณ!
ติดต่อเรา
- การเลือกตัวเลือกจะส่งผลให้มีการรีเฟรชทั้งหน้า
- เปิดในหน้าต่างใหม่